ล้อมกรอบ รายงานพิเศษ
เมื่อกระแสน้ำโขงเปลี่ยนไป กระทบอย่างไรกับคนลุ่มน้ำโขง
ทางทีมงานกองบรรณาธิการ เห็นเป็นประเด็นที่น่าสนใจ และเป็นเรื่องใกล้ตัวของคนไทยมาก
อันเนื่องมาจากว่าแม่น้ำโขงไหลผ่านพรมแดนไทย-ลาวถึง ๙๗๖
กิโลเมตรตั้งแต่จังหวัดเชียงราย พะเยา เลย หนองคาย นครพนม
มุกดาหาร อำนาจเจริญและอุบลราชธานี จึงอยากจะเก็บตกประเด็นบางส่วนรายงานให้ท่านผู้อ่านได้ฟัง.....(ส่วนนี้ล้อมกรอบสีดำก่อนเข้าเนื้อหา)
งาน เปิดตำนานวิถีธรรมชาติ วิถีวัฒนธรรมสองฝั่งโขง เมื่อวันที่
๒๔-๒๕ กุมภาพันธ์ ท่านผ่านมา ในช่วงเช้าของวันที่ ๒๕ มีเวทีเสวนา
เรื่อง กระแสน้ำโขงปลี่ยนไป กระทบอย่างไรกับชาวบ้าน โดยมีตัวแทนชาวบ้าน
และนักวิชาการ เข้าร่วมเสวนา
น้ำโขงไม่ใช่ของใคร ทุกคนต้องร่วมกันรักษา
ดร.ปรีชา อุปโยธิน นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
กล่าวว่า แม่น้ำโขงมีความยาวกว่า ๔,๘๐๐ กิโลเมตร ไหลผ่าน
๖ ประเทศ คือ จีน พม่า ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม มีผู้คนที่อาศัยและใช้ประโยชน์ในลุ่มน้ำแห่งนี้กว่า
๖๐ ล้านคน จึงถือได้ว่าแม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำนานาชาติ
แต่ที่ผ่านมาแม่น้ำโขงไม่มีกฏเกณฑ์ในการใช้ประโยชน์ร่วมกัน
จึงมีการพัฒนาหลายรูปแบบในพื้นที่ ยกตัวอย่าง เช่น การพัฒนาแม่น้ำโขงในเขตประเทศจีน
ผลกระทบที่เกิดขึ้นปัจจุบันกับคนเชียงแสน-เชียงของ และผลที่ตามมา
คือ มีคนเชียงของ-เชียงแสนเท่านั้นที่ทราบเรื่องความเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตตัวเอง
แต่คนที่อื่นไม่ทราบ
ฉะนั้นแล้วเราควรมีวิธีคิดร่วมกันว่าจะทำอย่างไรให้ทุกคนรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หนึ่งที่ได้ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำโขง
และหาทางร่วมกันรักษาแม่น้ำโขง นายปรีชา กล่าว
จะทำอย่างไรให้ทุกคนรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หนึ่งที่ได้ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำโขง
และหาทางร่วมกันรักษาแม่น้ำโขง--- ไฮไลท์คำพูดประโยคนี้--
ปลาบึกลดลง บ่งชี้
ความอุดมสมบูรณ์ กับ ความเปลี่ยนแปลง แม่น้ำโขง
นายบุญเรียน จินาราช ตัวแทนชาวประมงที่อำภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
กล่าวว่า อาชีพของชาวบ้านเชียงของส่วนมากจะหาปลา ปลูกพืชผักริมน้ำ
เมื่อแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลง ระบบนิเวศเปลี่ยนแปลง วิถีชีวิตก็พลอยเปลี่ยนแปลงไป
ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว(๒๕๔๘) จับปลาบึกได้เพียง ๔ ตัวเท่านั้น
ทั้งที่แต่ก่อนบางปีจับได้เกือบ ๗๐ ตัว
ปลาบึกเป็นสัญลักษณ์บอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำโขง
และการลดลงของจำนวนปลาบึกนั้นก็เป็นสัญญาณบอกว่าความอุดมสมบูรณ์ของน้ำโขงนั้นลดลง
น้ำโขงขึ้น-ลง ผิดปกติกระทบชาวประมง
ขณะที่นายสุริยา โคตะมี ประธานเครือข่ายนักวิจัยไทบ้านลุ่มน้ำสงคราม
กล่าวว่า แม่น้ำสงครามเป็นแม่น้ำสาขาสายหลักของแม่น้ำโขง
ไหลผ่าน ๔ จังหวัดในภาคอีสานตอนบน คือ อุดรธานี สกลนคร
หนองคาย และไหลลงแม่น้ำโขงที่จังหวัดนครพนม มีความยาว
๔๒๐ กิโลเมตร
แม่น้ำสงครามถือเป็นแม่น้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน
แต่ภายหลังมีโครงการพัฒนาแม่น้ำโขงก็ทำให้แม่น้ำสงครามได้รับผลกระทบตาม
โดยเฉพาะเรื่องการดำเนินชีวิตของชาวบ้าน
จากการสำรวจและเก็บข้อมูลงานวิจัยไทบ้าน พบว่า พันธุ์ปลาหลายชนิดใกล้สูญพันธุ์
โดยเฉพาะปลาที่อพยพจากแม่น้ำโขง ไม่ยอมขึ้นมาเหมือนเดิม
ทำให้ชาวบ้านส่วนมากที่ประกอบอาชีพประมงเป็นหลักหาปลาได้น้อยกว่าปกติมาก
การลดลงของปลาบึก
เป็นสัญญาณบอกว่าความอุดมสมบูรณ์ของน้ำโขงนั้นลดลง ---ไฮไลท์คำพูดประโยคนี้--
นักวิชาการบอกปลาในกัมพูชาลดน้อยลง
ขณะที่นายมนตรี จันทรวงค์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายข้อมูลโครงการฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ
ซึ่งเก็บข้อมูลความเปลี่ยนแปลงในแม่น้ำโขงในเขตประเทศกัมพูชา
กล่าวว่า แม่น้ำโขงช่วงจังหวัดสตรึงเตร็งประเทศกัมพูชา
มีสภาพเป็นเกาะแก่งจำนวนมาก และมีชุมชนตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำโขงจำนวนมาก
และยังมีแม่น้ำสาขาขนาดใหญ่หลายสายไหลมาลงแม่น้ำโขงที่จังหวัดแห่งนี้
เช่น เซกอง เซซาน สะเลป๊อก
ชาวบ้านส่วนมากจะประกอบอาชีพประมง เนื่องจากอยู่ไม่ห่างจากโตนเลสาปซึ่งเป็นแหล่งปลาขนาดใหญ่ในลุ่มน้ำโขง
นายมนตรียังกล่าวอีกว่า ในช่วง ๔-๕ ปีที่ผ่านมานี้ ชาวประมงในเขตนี้จับปลาได้น้อยลง
ปลาสะอีซึ่งหายากแล้วในเมืองไทย เมื่อก่อนนั้นชาวบ้านเล่าว่า
ในประเทศกัมพูชานั้นมีเยอะมาก ประมาณเดือนตุลาคม-ธันวาคม
ปลาสะอีจะอพยพขึ้นมาวางไข่ ชาวประมงจับได้ตัวละ ๒-๓ กิโลกรัม
แต่ปัจจุบันจับได้น้อยลงและน้ำหนักเพียงตัวละประมาณครึ่งกิโลกรัมเท่านั้น
เจ้าหน้าที่ฝ่ายข้อมูลโครงการฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ กล่าวย้ำว่า
ปลาสะอีเป็นตัวชี้วัดอีกด้านหนึ่งของความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำโขงในเขตจังหวัดสตรึงเตร็ง
ประเทศกัมพูชา
ถ้าพวกเราไม่ร่วม....อนาคตต่อไป
ปลาบึก แม่น้ำโขง จะเหลือเพียงเป็นตำนานในหน้าหนังสือ
---ไฮไลท์คำพูดประโยคนี้--